KNOWLEDGE

    • 14:34
    • 14/07/25

    วิทยุสื่อสาร เป็นอุปกรณ์ที่แม้จะดูโบราณ ล้าสมัย เมื่อเทียบกับ โทรศัพท์เคลื่อนที่ สมาร์ทโฟน ต่าง ๆ  แต่ข้อดีของวิทยุสื่อสาร คือ ไม่ต้องอาศัยเสาสัญญาณจากบริษัทเครือข่าย แค่อยู่ในความถี่และระยะส่ง ก็สามารถสื่อสารกันได้ และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใด ๆ มีผู้ใช้งานจำนวนมาก เช่น หน่วยงานราชการ ทหาร ตำรวจ ดับเพลิง ปกครอง กู้ภัย ชมรมวิทยุสมัครเล่น บริษัท ห้างร้าน ฯลฯ

     วิทยุสื่อสาร ในปัจจุบันมีใช้กัน 3 ประเภท ได้แก่ 

              ประเภทแรก วิทยุสื่อสารสมัครเล่นเครื่องดำ ย่านความถี่ 144-146 MHz ผู้ใช้งานต้องเป็นนักวิทยุสมัครเล่น ต้องผ่านการสอบจาก กสทช. 

              ประเภทที่ 2 วิทยุสื่อสารราชการเครื่องดำ ย่านความถี่ 136-174 MHz ผู้ใช้งานต้องมีอาชีพเป็นข้าราชการหรืออาสาสมัครของมูลนิธิต่างๆ หรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานเอกชน ซึ่ง กสทช.อนุญาต ผู้ที่มีคุณสมบัติเหล่านี้สามารถใช้วิทยุสื่อสารชนิดนี้ได้ทั่วราชอาณาจักรโดยไม่ต้องขอใบอนุญาตจาก กสทช. แต่ต้องพกบัตรประจำตัวที่หน่วยงานออกให้ติดตัวด้วยเสมอเมื่อมีการพกพาวิทยุสื่อสารชนิดนี้ไปใช้งานทุกที่ 

              ประเภทที่ 3 สำหรับวิทยุสื่อสารเครื่องแดง หรือที่เรียกกันว่า walkie talkie วิทยุสื่อสารประเภทนี้ใช้สื่อสารกันในระยะใกล้ ตัวเครื่องมีสีแดงเพื่อแยกให้เด่นชัดว่าเป็นเครื่องสำหรับประชาชนทั่วไป ซึ่งประชาชนสามารถซื้อและขออนุญาตใช้เครื่องที่ กสทช.ได้โดยไม่ต้องสอบ / พวกห้างร้าน บริษัท หรือ ตามสถานที่ก่อสร้าง นิยมใช้กัน 

       การสนทนาทางคลื่นความถี่และการพกพาวิทยุสื่อสารนั้น ตามประกาศ กสทช. ผู้ใช้วิทยุสื่อสารต้องระมัดระวังการสนทนาทางช่องความถี่ทุกๆ ความถี่ในข่ายวิทยุสมัครเล่น นอกจากนี้การพกพาวิทยุสื่อสารไปใช้งานนอกสถานที่นั้น ผู้ใช้วิทยุสื่อสารต้องนำเอกสารหรือหลักฐานใบอนุญาตต่างๆ ติดตัวตลอดเวลา ต้องพกพาในลักษณะที่เหมาะสม ต้องมีบัตรประชาชนตัวผู้ใช้เครื่องวิทยุคมนาคม และบัตรประจําเครื่องวิทยุคมนาคมในกรณีที่เครื่องวิทยุคมนาคมนั้นเป็นเครื่องส่วนตัวแสดงต่อเจ้าหน้าที่กรณีถูกเรียกตรวจ นอกจากนี้ยังมีข้อกำหนดเรื่องความเหมาะสมในส่วนของการพกพาวิทยุคมนาคม ได้แก่ วิทยุคมนาคมให้ใช้ได้เฉพาะพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต การแต่งกาย รวมถึงการให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ในกรณีที่มีการขอตรวจสอบ

     

         หมายเหตุ ในขณะมีการประกาศกฎอัยการศึก ซึ่งตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก มาตรา 11 วรรคสาม ห้ามโฆษณา แสดงมหรสพ รับหรือส่งซึ่งวิทยุ วิทยุ กระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์ และวรรคห้า ห้ามมีหรือใช้เครื่องมือสื่อสารหรืออาวุธ เครื่องอุปกรณ์ของ อาวุธ และเคมีภัณฑ์ หรือสิ่งอื่นใดที่มีคุณสมบัติทำให้เกิดอันตรายแก่บุคคล สัตว์ พืช หรือทรัพย์สิน หรือที่อาจนำไปใช้ทำเป็นเคมีภัณฑ์ หรือสิ่งอื่นใดที่มีคุณสมบัติดังกล่าวได้ ดังนั้น การใช้งาน หรือการนำติดตัวควรต้องระมัดระวังเป็นพิเศษครับ

     

    มารยาทที่พึงกระทำในการใช้วิทยุสื่อสาร

       1.  ให้ใช้คำสุภาพในการติดต่อสื่อสารเท่านั้น ไม่ตำหนิ ด่าทอ ให้ร้าย พูดส่อเสียด

       2.   พูดให้รวบรัดชัดเจน ใช้รหัสให้ถูกต้อง

       3.   ไม่กระทำการใด ๆ ที่เป็นการก่อกวนเครือข่าย เช่น กดคีย์เล่น กดคีย์ค้าง ร้องเพลง ทำเสียงประหลาด ๆ / ไม่ใช้เครือข่ายขณะมึนเมา ครองสติไม่อยู่

       4.   ไม่ส่งข้อความแทรกในขณะที่ผู้อื่นกำลังส่งอยู่

       5.   ให้ระลึกอยู่เสมอว่าเครือข่ายเป็นของส่วนรวม อาจมีผู้อื่นใช้งานร่วม แต่ไม่ได้แสดงตัว

       6.   ให้โอกาสสถานีที่มีข่าวสำคัญ เร่งด่วน ข่าวฉุกเฉิน ส่งข่าวก่อน /กรณีความถี่หนาแน่น ควรมีความถี่สำรองไว้ด้วย

       7.   ห้ามการรับส่งข่าวสารอันมีเนื้อหาละเมิดต่อกฎหมายบ้านเมือง

       8.   ตราบที่สัญญาณไปถึง ทุกคนคือเพื่อน

    • 14:23
    • 18/10/17

    วิทยุสื่อสาร ทุกคนคงรู้จักกันดี แต่ Trunked Radio หรือระบบวิทยุคมนาคมระบบ ทรั้งค์ เป็นเครือข่ายวิทยุสื่อสาร ที่มีการทำงานคล้ายกับระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่นั่นเอง จะมีสถานีกลาง (System Control) ทำหน้าที่จัดช่องสัญญาณให้มีจำนวนช่องสัญญาณเพียงพอในการรองรับการใช้งานของเครื่องลูกข่ายทั้งหมดในระบบ มีสถานีทวนสัญญาณ (Repeater Station) ทำหน้าที่เชื่อมโครงข่ายให้ครอบคลุมพื้นที่ของเครือข่ายนั้นๆ และเลือกช่องสัญญาณที่ว่างอยู่ให้ลูกข่ายโดยอัตโนมัติ อีกทั้งสามารถเรียกเฉพาะเครื่องลูกข่ายที่ต้องการติดต่อได้ และมีระบบการสื่อสารเฉพาะกลุ่ม (Private Call) โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีระบบการเชื่อมต่อระบบโทรคมนาคมอื่น (PCM Switch) และมี โปรโตคอล MPT 1327 เป็นที่นิยมที่สุดในปัจจุบัน นี่เป็นภาพรวมพอเข้าใจระบบ วิทยุ ทรั้งค์ จะเห็นว่ามันก็คือ เซลลูลาร์ ชนิดหนึ่งนั่นเอง เพียงแต่ว่า “ไม่เสียค่า แอร์ไทม์” 

    ภาพสถานีทวนสัญญาณ วิทยุ ทรั้งค์ ด้านบนกลมๆ สีดำบนชั้น Rack เป็น Duplexer ทำหน้าที่แยกภาครับส่งของสายอากาศ กล่องสีดำรองลงมาคือ Repeater ส่วนกล่องสีขาวตรงกลางคือ PCM Switch และกล่องสีดำล่างกล่องขาวคือ Controller ส่วนกล่องดำล่างสุดเป็นภาคจ่ายไฟฟ้า และสำรองไฟฟ้า 

    โดยที่การสื่อสารผ่านคลื่นวิทยุทรั้งค์ จะประกอบไปด้วยข้อมูลต่าง ได้แก่

      o VOICE PLUS DATA เป็นระบบที่สนับสนุนการสื่อสารสัญญาณเสียงและรับ-ส่งข้อมูล ซึ่งต้องเป็นการติดต่อผ่านสถานีแม่ข่ายเท่านั้น

     o PACKET DATA OPTIMIZED เป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อการรับ-ส่งข้อมูลแบบ PACKET โดยเฉพาะ เช่น การเข้าถึงโครงข่ายอินเทอร์เน็ต หรือระบบควบคุม

       o DIRECT MODE หรือการติดต่อสื่อสารระหว่างลูกข่ายโดยตรง ไม่ผ่านการจัดการจากหน่วยจัดการกลาง ซึ่งโดยปกติจะใช้เมื่ออยู่นอกพื้นที่ให้บริการของสถานีแม่ข่าย หรือกำหนดเพื่อต้องการความปลอดภัยในระดับสูง

    ตัวอย่าง Supported regional link options

    Traditional 2/4 Wire - 64Kbit - Microwave links - Digital UHF radio links - T1/E1 - TCP/IP     ในยุคต้น ระบบ TRUNKED RADIO และ CONVENTIONAL LAND MOBILE เป็นเทคโนโลยีแบบ อะนาลอก ซึ่งไม่มีความปลอดภัยหรือเป็นส่วนตัวมากนัก อีกทั้งยังเป็นการใช้ความถี่วิทยุที่ค่อนข้างจะสิ้นเปลือง แต่ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาระบบเหล่านี้เป็นระบบดิจิทัล ซึ่งนับได้ว่าเป็นระบบที่มีความเป็นส่วนตัว และมีความปลอดภัยของข้อมูลสูง ที่สำคัญเป็นเทคโนโลยีที่สามารถบริหารจัดการการใช้ความถี่วิทยุได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้การพัฒนาไปสู่ระบบดิจิทัลยังสามารถรวมเอาคุณสมบัติการสื่อสารทั้งแบบ TRUNKED RADIO และ CONVENTIONAL LAND MOBILE เข้าด้วยกันได้ โดยเรียกว่าระบบ DIGITAL TRUNKED RADIO 

    วิทยุคมนาคมระบบ ทรั้งค์ ในประเทศไทยใช้สำหรับติดต่อภายในกลุ่มองค์กรใหญ่หรือหน่วยงานราชการ ปัจจุบันได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีให้เป็นระบบดิจิตอลแล้ว ก็ได้มีการพัฒนาความสามารถของระบบให้หลากหลายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความสามารถที่ลูกข่ายสามารถติดต่อกันเองได้โดยไม่ต้องผ่านการควบคุม และจัดการโดยสถานีแม่ข่าย หรือแม้แต่การเพิ่มความสามารถในการรองรับ-ส่งภาพเคลื่อนไหวแบบ Multi media ได้ รวมถึงการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ได้ ทั้งนี้เทคโนโลยีต่างๆ ได้มีการพัฒนาที่แตกต่างกันไปในทางเทคนิค แต่ยังคงมีเป้าหมายของการพัฒนาที่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน นั่นคือระบบโทรคมนาคมที่ตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้มากที่สุด

     

    ที่มา : เว็บไซด์ ผู้จัดการออนไลน์  วันที่ 17 ตุลาคม 2560  โดย ปรเมศวร์ กุมารบุญ (สฟส.) 

    http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9500000122937

  • 14:34
  • 14/07/25

วิทยุสื่อสาร เป็นอุปกรณ์ที่แม้จะดูโบราณ ล้าสมัย เมื่อเทียบกับ โทรศัพท์เคลื่อนที่ สมาร์ทโฟน ต่าง ๆ  แต่ข้อดีของวิทยุสื่อสาร คือ ไม่ต้องอาศัยเสาสัญญาณจากบริษัทเครือข่าย แค่อยู่ในความถี่และระยะส่ง ก็สามารถสื่อสารกันได้ และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใด ๆ มีผู้ใช้งานจำนวนมาก เช่น หน่วยงานราชการ ทหาร ตำรวจ ดับเพลิง ปกครอง กู้ภัย ชมรมวิทยุสมัครเล่น บริษัท ห้างร้าน ฯลฯ

 วิทยุสื่อสาร ในปัจจุบันมีใช้กัน 3 ประเภท ได้แก่ 

          ประเภทแรก วิทยุสื่อสารสมัครเล่นเครื่องดำ ย่านความถี่ 144-146 MHz ผู้ใช้งานต้องเป็นนักวิทยุสมัครเล่น ต้องผ่านการสอบจาก กสทช. 

          ประเภทที่ 2 วิทยุสื่อสารราชการเครื่องดำ ย่านความถี่ 136-174 MHz ผู้ใช้งานต้องมีอาชีพเป็นข้าราชการหรืออาสาสมัครของมูลนิธิต่างๆ หรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานเอกชน ซึ่ง กสทช.อนุญาต ผู้ที่มีคุณสมบัติเหล่านี้สามารถใช้วิทยุสื่อสารชนิดนี้ได้ทั่วราชอาณาจักรโดยไม่ต้องขอใบอนุญาตจาก กสทช. แต่ต้องพกบัตรประจำตัวที่หน่วยงานออกให้ติดตัวด้วยเสมอเมื่อมีการพกพาวิทยุสื่อสารชนิดนี้ไปใช้งานทุกที่ 

          ประเภทที่ 3 สำหรับวิทยุสื่อสารเครื่องแดง หรือที่เรียกกันว่า walkie talkie วิทยุสื่อสารประเภทนี้ใช้สื่อสารกันในระยะใกล้ ตัวเครื่องมีสีแดงเพื่อแยกให้เด่นชัดว่าเป็นเครื่องสำหรับประชาชนทั่วไป ซึ่งประชาชนสามารถซื้อและขออนุญาตใช้เครื่องที่ กสทช.ได้โดยไม่ต้องสอบ / พวกห้างร้าน บริษัท หรือ ตามสถานที่ก่อสร้าง นิยมใช้กัน 

   การสนทนาทางคลื่นความถี่และการพกพาวิทยุสื่อสารนั้น ตามประกาศ กสทช. ผู้ใช้วิทยุสื่อสารต้องระมัดระวังการสนทนาทางช่องความถี่ทุกๆ ความถี่ในข่ายวิทยุสมัครเล่น นอกจากนี้การพกพาวิทยุสื่อสารไปใช้งานนอกสถานที่นั้น ผู้ใช้วิทยุสื่อสารต้องนำเอกสารหรือหลักฐานใบอนุญาตต่างๆ ติดตัวตลอดเวลา ต้องพกพาในลักษณะที่เหมาะสม ต้องมีบัตรประชาชนตัวผู้ใช้เครื่องวิทยุคมนาคม และบัตรประจําเครื่องวิทยุคมนาคมในกรณีที่เครื่องวิทยุคมนาคมนั้นเป็นเครื่องส่วนตัวแสดงต่อเจ้าหน้าที่กรณีถูกเรียกตรวจ นอกจากนี้ยังมีข้อกำหนดเรื่องความเหมาะสมในส่วนของการพกพาวิทยุคมนาคม ได้แก่ วิทยุคมนาคมให้ใช้ได้เฉพาะพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต การแต่งกาย รวมถึงการให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ในกรณีที่มีการขอตรวจสอบ

 

     หมายเหตุ ในขณะมีการประกาศกฎอัยการศึก ซึ่งตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก มาตรา 11 วรรคสาม ห้ามโฆษณา แสดงมหรสพ รับหรือส่งซึ่งวิทยุ วิทยุ กระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์ และวรรคห้า ห้ามมีหรือใช้เครื่องมือสื่อสารหรืออาวุธ เครื่องอุปกรณ์ของ อาวุธ และเคมีภัณฑ์ หรือสิ่งอื่นใดที่มีคุณสมบัติทำให้เกิดอันตรายแก่บุคคล สัตว์ พืช หรือทรัพย์สิน หรือที่อาจนำไปใช้ทำเป็นเคมีภัณฑ์ หรือสิ่งอื่นใดที่มีคุณสมบัติดังกล่าวได้ ดังนั้น การใช้งาน หรือการนำติดตัวควรต้องระมัดระวังเป็นพิเศษครับ

 

มารยาทที่พึงกระทำในการใช้วิทยุสื่อสาร

   1.  ให้ใช้คำสุภาพในการติดต่อสื่อสารเท่านั้น ไม่ตำหนิ ด่าทอ ให้ร้าย พูดส่อเสียด

   2.   พูดให้รวบรัดชัดเจน ใช้รหัสให้ถูกต้อง

   3.   ไม่กระทำการใด ๆ ที่เป็นการก่อกวนเครือข่าย เช่น กดคีย์เล่น กดคีย์ค้าง ร้องเพลง ทำเสียงประหลาด ๆ / ไม่ใช้เครือข่ายขณะมึนเมา ครองสติไม่อยู่

   4.   ไม่ส่งข้อความแทรกในขณะที่ผู้อื่นกำลังส่งอยู่

   5.   ให้ระลึกอยู่เสมอว่าเครือข่ายเป็นของส่วนรวม อาจมีผู้อื่นใช้งานร่วม แต่ไม่ได้แสดงตัว

   6.   ให้โอกาสสถานีที่มีข่าวสำคัญ เร่งด่วน ข่าวฉุกเฉิน ส่งข่าวก่อน /กรณีความถี่หนาแน่น ควรมีความถี่สำรองไว้ด้วย

   7.   ห้ามการรับส่งข่าวสารอันมีเนื้อหาละเมิดต่อกฎหมายบ้านเมือง

   8.   ตราบที่สัญญาณไปถึง ทุกคนคือเพื่อน

  • 14:23
  • 18/10/17

วิทยุสื่อสาร ทุกคนคงรู้จักกันดี แต่ Trunked Radio หรือระบบวิทยุคมนาคมระบบ ทรั้งค์ เป็นเครือข่ายวิทยุสื่อสาร ที่มีการทำงานคล้ายกับระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่นั่นเอง จะมีสถานีกลาง (System Control) ทำหน้าที่จัดช่องสัญญาณให้มีจำนวนช่องสัญญาณเพียงพอในการรองรับการใช้งานของเครื่องลูกข่ายทั้งหมดในระบบ มีสถานีทวนสัญญาณ (Repeater Station) ทำหน้าที่เชื่อมโครงข่ายให้ครอบคลุมพื้นที่ของเครือข่ายนั้นๆ และเลือกช่องสัญญาณที่ว่างอยู่ให้ลูกข่ายโดยอัตโนมัติ อีกทั้งสามารถเรียกเฉพาะเครื่องลูกข่ายที่ต้องการติดต่อได้ และมีระบบการสื่อสารเฉพาะกลุ่ม (Private Call) โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีระบบการเชื่อมต่อระบบโทรคมนาคมอื่น (PCM Switch) และมี โปรโตคอล MPT 1327 เป็นที่นิยมที่สุดในปัจจุบัน นี่เป็นภาพรวมพอเข้าใจระบบ วิทยุ ทรั้งค์ จะเห็นว่ามันก็คือ เซลลูลาร์ ชนิดหนึ่งนั่นเอง เพียงแต่ว่า “ไม่เสียค่า แอร์ไทม์” 

ภาพสถานีทวนสัญญาณ วิทยุ ทรั้งค์ ด้านบนกลมๆ สีดำบนชั้น Rack เป็น Duplexer ทำหน้าที่แยกภาครับส่งของสายอากาศ กล่องสีดำรองลงมาคือ Repeater ส่วนกล่องสีขาวตรงกลางคือ PCM Switch และกล่องสีดำล่างกล่องขาวคือ Controller ส่วนกล่องดำล่างสุดเป็นภาคจ่ายไฟฟ้า และสำรองไฟฟ้า 

โดยที่การสื่อสารผ่านคลื่นวิทยุทรั้งค์ จะประกอบไปด้วยข้อมูลต่าง ได้แก่

  o VOICE PLUS DATA เป็นระบบที่สนับสนุนการสื่อสารสัญญาณเสียงและรับ-ส่งข้อมูล ซึ่งต้องเป็นการติดต่อผ่านสถานีแม่ข่ายเท่านั้น

 o PACKET DATA OPTIMIZED เป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อการรับ-ส่งข้อมูลแบบ PACKET โดยเฉพาะ เช่น การเข้าถึงโครงข่ายอินเทอร์เน็ต หรือระบบควบคุม

   o DIRECT MODE หรือการติดต่อสื่อสารระหว่างลูกข่ายโดยตรง ไม่ผ่านการจัดการจากหน่วยจัดการกลาง ซึ่งโดยปกติจะใช้เมื่ออยู่นอกพื้นที่ให้บริการของสถานีแม่ข่าย หรือกำหนดเพื่อต้องการความปลอดภัยในระดับสูง

ตัวอย่าง Supported regional link options

Traditional 2/4 Wire - 64Kbit - Microwave links - Digital UHF radio links - T1/E1 - TCP/IP     ในยุคต้น ระบบ TRUNKED RADIO และ CONVENTIONAL LAND MOBILE เป็นเทคโนโลยีแบบ อะนาลอก ซึ่งไม่มีความปลอดภัยหรือเป็นส่วนตัวมากนัก อีกทั้งยังเป็นการใช้ความถี่วิทยุที่ค่อนข้างจะสิ้นเปลือง แต่ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาระบบเหล่านี้เป็นระบบดิจิทัล ซึ่งนับได้ว่าเป็นระบบที่มีความเป็นส่วนตัว และมีความปลอดภัยของข้อมูลสูง ที่สำคัญเป็นเทคโนโลยีที่สามารถบริหารจัดการการใช้ความถี่วิทยุได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้การพัฒนาไปสู่ระบบดิจิทัลยังสามารถรวมเอาคุณสมบัติการสื่อสารทั้งแบบ TRUNKED RADIO และ CONVENTIONAL LAND MOBILE เข้าด้วยกันได้ โดยเรียกว่าระบบ DIGITAL TRUNKED RADIO 

วิทยุคมนาคมระบบ ทรั้งค์ ในประเทศไทยใช้สำหรับติดต่อภายในกลุ่มองค์กรใหญ่หรือหน่วยงานราชการ ปัจจุบันได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีให้เป็นระบบดิจิตอลแล้ว ก็ได้มีการพัฒนาความสามารถของระบบให้หลากหลายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความสามารถที่ลูกข่ายสามารถติดต่อกันเองได้โดยไม่ต้องผ่านการควบคุม และจัดการโดยสถานีแม่ข่าย หรือแม้แต่การเพิ่มความสามารถในการรองรับ-ส่งภาพเคลื่อนไหวแบบ Multi media ได้ รวมถึงการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ได้ ทั้งนี้เทคโนโลยีต่างๆ ได้มีการพัฒนาที่แตกต่างกันไปในทางเทคนิค แต่ยังคงมีเป้าหมายของการพัฒนาที่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน นั่นคือระบบโทรคมนาคมที่ตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้มากที่สุด

 

ที่มา : เว็บไซด์ ผู้จัดการออนไลน์  วันที่ 17 ตุลาคม 2560  โดย ปรเมศวร์ กุมารบุญ (สฟส.) 

http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9500000122937